วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2557


บทสรุปของผู้บริหาร

ชื่อเรื่อง   :    รายงานโครงการการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
                    โรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคมอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง  ปีการศึกษา 255
5

ผู้รายงาน
:   นางสาวษมาภรณ์ สายวงศ์ปัญญา  รองผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
          รายงานโครงการการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม
อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง  ปีการศึกษา 2555  มีวัตถุประสงค์ของการรายงานเพื่อศึกษา ผลการดำเนินการตามโครงการการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน และศึกษาผลความพึงพอใจในการดำเนินงานโครงการการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียน ทุ่งกว๋าววิทยาคม ปีการศึกษา 2555 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการรายงานครั้งนี้ ประกอบด้วย ผู้บริหาร จำนวน 2 คนข้าราชการครูจำนวน 29 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คนคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองจำนวน 18 คน ผู้ปกครองนักเรียน 321 คน นักเรียนจำนวน 274คน รวมทั้งสิ้น 657คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า(Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 2 ฉบับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต(Arithmetic Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน(Standard Deviation) ผลการรายงานสรุปได้ดังนี้

           1. ผลการดำเนินการโครงการการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม ปีการศึกษา 2555 โดยภาพรวมระดับการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก(µ=4.35) และเมื่อพิจารณาตามวิธีการดำเนินการที่ใช้ พบว่า การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ด้วยวิธี Empowerment Approach Empowerment Evaluation มีระดับการปฏิบัติสูงสุด (µ=4.37) รองลงมาคือ การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนด้วยแผนงาน โครงการกิจกรรมของโรงเรียน (µ=4.34)

               1.1 การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม  ด้วยวิธี Empowerment Approach Empowerment Evaluation มีผลการดำเนินการโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก(µ=4.37) และเมื่อพิจารณาตามลำดับขั้นของการดำเนินการ เรียงตามลำดับค่าเฉลี่ย จากมากไปหาน้อยพบว่า การดำเนินการขั้นที่ 3 Developing Strategies and Implementing (การพัฒนากลยุทธ์ การทำกลยุทธ์สู่การปฏิบัติให้บรรลุ เป้าหมาย)มีระดับการปฏิบัติที่มากที่สุด (µ=4.55)รองลงมาคือ) ขั้นที่ 4 Documenting Progress (การประเมิน รวบรวมเอกสาร หลักฐานแสดงถึงความก้าวหน้าของงานตามเป้าหมาย) (µ=4.38) ลำดับที่สามคือ ขั้นที่ 2 Setting Goal (การกำหนด เป้าหมายความสำเร็จ)และ สุดท้ายคือ ขั้นที่ 1 Talking Stock (การรวบรวมข้อมูลการวิเคราะห์ การตรวจสอบสภาพปัจจุบัน เกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน)(µ=4.32)

               1.2 ผลการการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนด้วยแผนงาน โครงการกิจกรรมของโรงเรียน โดยภาพรวมมีระดับการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (µ=4.33)และเมื่อพิจารณาตามแผนงานในโครงการ พบว่าทุกแผนงานมีผลการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับระดับการปฏิบัติจากมากไปหาน้อยดังนี้    1) แผนงานด้านผู้บริหารการและการบริหารจัดการ(µ=4.43) 2) แผนงานด้านการพัฒนาผู้เรียน (µ=4.40)3) แผนงานด้านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของโรงเรียน(µ=4.29) และ 4) แผนงานด้านครู(µ=4.25)

           2.ผลความพึงพอใจในการดำเนินงานโครงการการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม ปีการศึกษา 2555 มีผลความพึงพอใจในการดำเนินโครงการโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (µ=4.36) เรียงลำดับความพึงพอใจจากมากไปหาน้อยดังนี้ 1) ด้านการวางแผน(µ=4.54)  2)ด้านการดำเนินการ (µ=4.31 และ 3)ด้านการนิเทศติดตามและการรายงานผลโครงการ(µ=4.23) และและเมื่อพิจารณาตามรายด้านพบว่าด้านการวางแผนที่มีระดับการปฏิบัติมาที่สุดคือ
          3  ผลการศึกษาข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคมปีการศึกษา 2555

          3.1 ข้อคิดเห็นในการพัฒนาการดำเนินการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนด้วยวิธี Empowerment Aproch Empowerment Evalution ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอน การดำเนินการดังนี้ 4 ขั้นตอน นำข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาที่มีลำดับความคิดเห็นสามลำดับแรกในแต่ละขั้นตอน สรุปเป็นความเรียงดังนี้

          1) ขั้นที่ 1 Talking Stock (การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ การตรวจสอบสภาพปัจจุบัน เกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน) สรุปข้อเสนอแนะได้ดังนี้  1.ควรสร้างหรือจัดทำระบบสารสนเทศงานวิชาการ สารสนเทศด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอย่างเป็นระบบ   และใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็นฐานในการพัฒนาการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอเป็นปัจจุบัน  2.การวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์นักเรียนควรให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของโรงเรียนมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์และ 3. ควรนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลสัมฤทธิ์นักเรียนเป็นต้นว่าข้อมูลพื้นฐานนักเรียน สภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน ความพร้อมของครู บุคลกรในโรงเรียน ทรัพยากรในการจัดการศึกษา ผลการจัดการจัดการศึกษา สามปีย้อนหลัง ผลการประเมินและข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะจากการประเมินภายในการการประเมินภายนอก มาใช้ในการวิเคราะห์สภาพบริบทและการตรวจสอบสภาพปัจจุบันเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน

          2) ขั้นที่ 2 Setting Goal (การกำหนดเป้าหมายความสำเร็จ) สรุปข้อเสนอแนะได้ดังนี้
1) ควรมีการกำหนดค่าเป้าหมายความสำเร็จ  มีการศึกษาค่าเป้าหมายที่สอดคล้องกับทิศทาง นโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด คำนึงถึงการนำไปใช้ประโยชน์ในการรายงานผลการจัดการศึกษาด้านต่างของโรงเรียน  2. ค่าเป้าหมายความสำเร็จควรมีการเปลี่ยนให้เหมาะสมตามสถานการณ์และ
3. การนำไปใช้ประโยชน์ ของสถานศึกษา และค่าเป้าหมายความสำเร็จไม่ควรสูงเกินไป 


         3) ขั้นที่ 3 Developing Strategies and Implementing (การพัฒนากลยุทธ์ การทำกลยุทธ์สู่การปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมาย) สรุปข้อเสนอแนะได้ดังนี้ 1. การกำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนควรให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาของโรงเรียนมีส่วนร่วมมากที่สุด 2. ควรมีแผนงาน โครงการ และกิจกรรม ในแผนกลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ ชัดเจน ต่อเนื่อง ทั้งในระยะสั้น ระยะยาว ต่อเนื่องกันและสามารถปฏิบัติได้ มีความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลและ 3. ควรจัดสรรงบประมาณให้กลุ่มสาระการเรียนรู้  ในแผนการยกระยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้เพียงพอ 

          4) ขั้นที่ 4 Documenting Progress (การประเมินรวบรวมเอกสาร หลักฐานแสดงถึงความก้าวหน้าของงานตามเป้าหมาย)ได้ข้อเสนอแนะดังนี้ 1.การประเมินรวบรวมเอกสารแสดงความก้าวหน้าในการยกระดับผลสัมฤทธิ์นักเรียนควรให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการคิดหารูปแบบเพื่อสรุปการประเมินเป็นแนวเดียวกันเพื่อสะดวกในการจัดเก็บข้อมูล การรวบรวมเอกสารและจัดทำข้อมูลสารสนเทศเพื่อรายงานและนำไปใช้ประโยชน์  2.งานวิชาการโรงเรียน ควรเป็นฝ่ายประสานความร่วมมือในการจัดเก็บรวบรวมและดำเนินการเพื่อลดขั้นตอนการซ้ำซ้อนในการเก็บข้อมูล ลดภาระงานให้แก่คณะครู และ  3.ควรมีการรายงานผลการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้ทุกฝ่ายรับทราบ และนำปัญหา อุปสรรค์ มาหาแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาต่อไป

          3.2 ข้อคิดเห็นในการพัฒนาการดำเนินงานโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม ปีการศึกษา 2555 ด้วยแผนงาน โครงการ กิจกรรม ของโรงเรียน ได้ข้อเสนอแนะจากผู้ตอบแบบสอบถามสรุปเป็นความเรียงตามลำดับความคิดเห็นสามลำดับแรกในแต่ละด้าน สรุปเป็นความเรียงดังนี้
          1) ด้านผู้บริหารและการบริหารจัดการ 1. ควรจัดสรรงบประมาณในการผลิตสื่อ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การสอนเสริม ให้กลุ่มสาระการเรียนรู้ในการส่งเสริมและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้เหมาะสมและเพียงพอ 2. มีการประชุมสร้างความเข้าใจแก่คณะครู คณะกรรมการการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานผู้ปกครองนักเรียน นักเรียน ถึงเหตุผลและความจำเป็นในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน และ 3. ให้ทุกฝ่ายที่มีฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของโรงเรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง นโยบายการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน 

          2) ด้านครูและการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  1.ครูควรจัดทำแผนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนเป็นรายบุคคลรายกลุ่มสาระการเรียนเพื่อให้สอดคล้องเป็นทิศทางเดียวกันกับแผนงานพัฒนางานวิชาการการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของฝ่ายบริหารงานวิชาการเป็นภาพรวมของโรงเรียนที่ชัดเจน  2.ด้านการพัฒนาครู ควรส่งเสริมให้ครู มีความรู้ความสามารถการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างหลากหลายโดยเฉพาะการสร้างนวัตกรรม การเรียนรู้ใหม่ทันสมัยสามารถกระตุ้นผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ได้และ 3. ส่งเสริมให้ครูใช้การวิจัยในชั้นเรียนเพื่อแก้ปัญหานักเรียน

          3) ด้านนักเรียน 1.ควรสร้างความตระหนักในความสำคัญของการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีผลการการศึกษาต่อในชีวิตของนักเรียน 2.ส่งเสริมความรู้ ความสามารถ ศักยภาพนักเรียนในทุกๆด้านเพื่อให้นักเรียนมีโอกาสได้แสดงออกถึงความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ในด้านต่างๆ และ 3. จัดกิจกรรมสอนเสริมเพื่อเตรียมความพร้อมในการทดสอบต่างๆของนักเรียน เช่นการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) การสอบ NT การสอบ GAT PAT ของนักเรียน

          4) ด้านผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา (คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน หน่วยงาน องค์กรท้องถิ่น อื่นๆ)  1. ควรส่งเสริมความเข้มแข็งการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียน นักเรียน องค์กรหน่วยงานท้องถิ่น          2. ควรจัดให้มีการประชุม  การเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน การรายงานผลการจัดการศึกษา ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาของโรงเรียนรับทราบอย่างสม่ำเสมอ  3. ควรขอรับการสนับสนุนการระดมทรัพยากรในการจัดการศึกษา จากผู้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาขอโรงเรียน
         3.3 ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่มีต่อโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม ปีการศึกษา 2555 ได้ข้อเสนอแนะจากผู้ตอบแบบสอบถามสรุปเป็นความเรียงตามลำดับความคิดเห็นสามลำดับแรกในแต่ละด้าน สรุปเป็นความเรียงดังนี้

          1) ด้านการวางแผนโครงการ  1.ควรให้คณะครู นักเรียน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการวางแผนโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน 2. ควรจัดทำแผน การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยนำผลการประเมินโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของปีก่อนมาวางแผนปรับปรุงพัฒนาให้เหมาะสมในปีต่อไป และ 3 ควรสอบถามความต้องการของนักเรียน ในรูปแบบ วิธีการใหม่ๆ ที่สามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ได้เหมาะสมตรงความต้องการ

          2) ด้านการดำเนินการโครงการ    1. ควรมีการกำกับติดตาม ระหว่างการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อทราบปัญหา อุปสรรค์ การแก้ไขปัญหา เพื่อให้โครงการมีความก้าวหน้าในการดำเนินการ 2. แนะนำหรือมีหลายช่องทางในการเรียนรู้ให้นักเรียน บริการนักเรียน ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องเรียนอย่างเดียว เช่นแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ ห้องเรียนออนไลน์ให้นักเรียนสามารถค้นคว้าได้ตนเอง และ
3. ควรจัดกิจกรรมแบบบูรณาการ ในโครงการ เนื่องจากเวลาในการสอนของครู เวลาในการเรียนของนักเรียน ไม่เพียงพอในการดำเนินโครงการ บริหารจัดการระยะเวลาการดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ

          3) ด้านการกำกับติดตามโครงการและรายงานผลโครงการ 1.มีการกำกับติดตาม
การดำเนินการตั้งแต่ระดับการวางแผนระดับการดำเนินการและสรุปผลการดำเนินงาน เพื่อให้
การดำเนินการโครงการประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ 
2. ผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรม หากมีปัญหา ควรมีการประสานงานการแก้ไขปัญหาร่วมกัน อย่านิ่งเฉย และ 3
. ควรจัดทำสรุปผลการดำเนินงานและรายงานผลการดำเนินงานโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน อย่างเป็นปัจจุบัน

          4) ข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะอื่น 1. โรงเรียนไม่ควรเน้นกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิชาการอย่างเดียวหรือให้ความสำคัญกับผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มากเกินไป ควรให้ความสำคัญกับกิจกรรมส่งเสริมผู้เรียนในด้านต่างๆควบคู่กันไป เช่นปัญหานักเรียนด้านยาเสพติด ปัญหาเรื่องเพศและอื่นๆ 2.คุณภาพของนักเรียนคือคุณภาพในการจัดการเรียนการสอนการจัดประสบการณ์ การบ่มเพาะการสร้างองค์ความรู้ให้แก่นักเรียนของครูการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งดูจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ดังนั้นถ้าผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน ก็เป็นหลักประกันความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองและชุมชน
ข้อเสนอแนะในการนำผลการรายงานไปใช้

          1. โรงเรียนควรนำผลการรายงานโครงการนี้ไปปรับปรุงและพัฒนาแผนงานวิชาการของโรงเรียนด้านการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
          2. การดำเนินการโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการ ให้ประสบผลสำเร็จควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของโรงเรียนมีส่วนร่วมมากที่สุด และเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามตรวจสอบและทบทวนการดำเนินงานตามกิจกรรม/โครงการอยู่เสมอและรายงานอย่างต่อเนื่อง
          3. โรงเรียนควรเน้นย้ำหรือกำหนดนโยบายการทำงานอย่างเป็นระบบ มีเป้าหมาย มีการทำงานเป็นทีม

ข้อเสนอแนะในการรายงานครั้งต่อไป
 
           1.ควรมีการรายงานโครงการอื่นๆที่โรงเรียนได้ดำเนินงานเพื่อสรุปรวบรวมข้อมูลไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานโครงการต่างๆให้บรรลุผล
          2. และเพื่อเตรียมความพร้อมในการประเมินภายนอกรอบ 4 ( พ.ศ 2559-2563) ของสถานศึกษา โรงเรียนควรศึกษา หลักเกณฑ์การประเมินของ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) : สมศ.เพื่อวางแผนการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา และการพัฒนานักเรียนต่อไป

 

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

รายงานโครงการการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม ปีการศึกษา ๒๕๕๕


 
ชื่อเรื่อง/หัวข้อวิจัย  :  รายงานโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม
                            อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ปีการศึกษา 2555

ผู้วิจัย               :  นางสาวษมาภรณ์ สายวงศ์ปัญญา

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

 * โรงเรียนรับการประเมินภายนอกรอบ3 ในปีการศึกษา 2553 (วันที่ 9-11 สิงหาคม 2554) มีผลการประเมินคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก ในทุกตัวชี้วัด ยกเว้นตัวชี้วัดที่ 5 ด้านผลสัมฤทธิ์ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน มีผลการประเมินคุณภาพอยู่ในระดับปรับปรุง ทำให้โรงเรียนไม่ได้รับการรับรองจากสมศ. 

*โรงเรียนจึงได้ทำแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542และฉบับปรับปรุง 2545 หมวด 6 มาตรา 51

*จึงได้จัดทำโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน ให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐานการศึกษาของชาติ และได้รับการรับรองคุณภาพการจัดการศึกษา ตามระบบประกันคุณภาพการศึกษา ทั้งภายใน และภายนอก

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1.       เพื่อรายงานผลการดำเนินการโครงการการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม ปีการศึกษา 2555

2.       เพื่อรายงานผลการศึกษาความพึงพอใจในการดำเนินงานโครงการการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม ปีการศึกษา 2555


สมมุติฐานของการวิจัย

             การดำเนินการตามโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม ปีการศึกษา 2555 ส่งผลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนสูงขึ้น มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ

ขอบเขตการรายงาน
1. ขอบเขตด้านประชากร ประกอบด้วย

    1.1 กลุ่มประชากร

1.1   ผู้ปกครอง ปีการศึกษา 2555

1.2   ครู ปีการศึกษา 2555
    1.2 กลุ่มตัวอย่าง ใช้วิธีสุ่มแบบเจาะจง คือนักเรียนชั้น ม.3 ม.6 ปีการศึกษา 2555

2.ขอบเขตด้านเนื้อหา

   2.1 โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยใช้แนวคิดในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับสถานศึกษา : Empowerment Approach Empowerment Evaluation ของ David Fetterman (1993) และ กระบวนการดำเนินการตามวงจรคุณภาพ PDCA ของเดมมิ่ง
   2.2 โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน มีกิจกรรมที่ดำเนินการดังนี้     

1.       ด้านการบริหารจัดการ โดยการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of understanding : MOU) ระหว่างผู้บริหารโรงเรียน ฝ่ายบริหารงานวิชาการและครูผู้สอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้

2.       การพัฒนาครู ประกอบด้วย

2.1   การจัดประชุม อบรมพัฒนาครูด้านวิชาการ ภายในสถานศึกษา

2.2   การส่งบุคลากรครูเข้าร่วมประชุมอบรมสัมมนาด้านวิชาการกับหน่วยงานต่างๆ

2.3   การจัดหลักสูตร การจัดแผนการจัดการเรียนรู้ การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล แบบอิงมาตรฐาน

2.4   การนิเทศการศึกษา

2.5   การสร้างสร้างขวัญกำลังใจ การพัฒนาครูสู่มาตรฐานวิชาชีพ

3.       การพัฒนานักเรียน

3.1 การประชุมผู้ปกครองนักเรียน นักเรียน

3.2 การสอนเสริมนักเรียนชั้น ม.3 ม.6 โดยครูในโรงเรียน และวิทยากร ภายนอกโรงเรียน

3.3 การพัฒนาผู้เรียนที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้

3.4 การจัดกิจกรรมส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการ

     1) การจัดกิจกรรมส่งเสริมนักเรียนในโรงเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้

     2) การส่งเสริมนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันทักษะวิชาการในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน
3.
5 การสร้างความตระหนักและให้ขวัญกำลังใจแก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6  ในการเข้ารับการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)

          3. ขอบเขตด้านระยะเวลา

    การดำเนินงานตามโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม  ปีการศึกษา  2555 

 นิยามศัพท์เฉพาะ

           ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  หมายถึงค่าร้อยละของนักเรียนที่มีผลการเรียนในระดับสถานศึกษาระดับ 3 ขึ้นไปและผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET)ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

           กระบวนการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน หมายถึง การดำเนินงานตามโครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้แนวคิดของ David Fetterman (1993) และ กระบวนการดำเนินการตามวงจรคุณภาพ PDCA ของเดมมิ่ง

โรงเรียน หมายถึง โรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง

          ครู หมายถึง ครูโรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม ที่ปฏิบัติหน้าที่สอนในโรงเรียน ปีการศึกษา 2555

          นักเรียน หมายถึง นักเรียนโรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม ปีการศึกษา 2555

          ผู้ปกครองนักเรียน หมายถึง ผู้ปกครองนักเรียนทุกคนในโรงเรียนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2550

          การพัฒนาบุคลากรหมายถึง เทคนิควิธีการต่างๆ ที่ทำเพื่อให้บุคลากรในโรงเรียนมีคุณภาพที่ดีขึ้น

          การนิเทศการสอน หมายถึง การให้การช่วยเหลือ แนะนำและการเข้าไปมีส่วนร่วมกับครูผู้สอนเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนให้ดีขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่การเตรียมการสอน เตรียมสื่อการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้  การประเมินผล และติดตามผลการจัดการเรียนรู้ของครู

          การสอนเสริม หมายถึง การสอนเพิ่มเติมจากการเรียนในห้องเรียน หรือการเฉลยหรือแนะนำเทคนิคการทำข้อสอบจากแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของปีที่ผ่านมา โดยครูผู้สอนในสาระการเรียนรู้นั้นๆ

 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1.       ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นกว่าปีการศึกษาที่ผ่านมา

2.       ครูผู้สอนได้รับการพัฒนาในด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาปรับปรุงการจัดกระบวนการเรียนรู้ของตนเอง จนเป็นผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ดีมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น

3.       โรงเรียนได้รับการยอมรับจากผู้ปกครอง ชุมชน มากขึ้น

4.       ผู้ปกครองและชุมชนได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน

5.       วิธีการดำเนินงานตามโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสามารถ
เป็นแนวทางในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานอื่นๆต่อไป

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

12.คิดถึงเพลงร็อคเก่าๆ

           ร็อก (อังกฤษ: Rock) เป็นแนวเพลงที่ได้รับความนิยมในกระแสหลักในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960 มีต้นกำเนิดจากดนตรีร็อกแอนด์โรล ริทึมแอนด์บลูส์ ดนตรีคันทรีในคริสต์ทศวรรษ 1940 และ 1950 รวมถึงเพลงแนวโฟล์ก แจ๊ซและดนตรีคลาสสิก
ดนตรีเพลงร็อกมันวงไปด้วยเสียงกีตาร์แบบแบ็กบีตจากส่วนจังหวะของกีตาร์ เบสไฟฟ้า กลองและคีย์บอร์ด อย่างออร์แกน เปียโน หรือตั้งแต่ช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 ก็มีการใช้เครื่องสังเคราะห์เสียง ร่วมไปกับกีตาร์และคีย์บอร์ด ยังมีการใช้แซกโซโฟน และฮาร์โมนิกาในแบบบลูส์ก็มีใช้บ้างในท่อนโซโล่ ในรูปแบบร็อกบริสุทธิ์แล้ว ใช้ 3 คอร์ด จังหวะแบ็กบีตที่แข็งแรงและหนักแน่น รวมถึงมีเมโลดี้ติดหู[1]
ในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1960 และต้นคริสต์ทศวรรษ 1970 เพลงร็อกพัฒนาจนแตกแยกย่อยเป็นหลายแนวเพลง และเมื่อรวมกับเพลงโฟล์กแล้วจึงเป็น โฟล์กร็อก รวมกับบลูส์เป็น บลูส์-ร็อก รวมกับแจ๊ซเป็น แจ๊ซ-ร็อก ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 ร็อกยังเกี่ยวข้องกับเพลงโซล ฟังก์และละติน เช่นเดียวกันในยุคนี้ร็อกยังได้เกิดแนวเพลงย่อยอีกหลายแนวเช่น ซอฟต์ร็อก เฮฟวีเมทัล ฮาร์ดร็อก โพรเกรสซีฟร็อกและพังก์ร็อก ส่วนแนวเพลงย่อยร็อกที่เกิดขึ้นในคริสต์ทศวรรษ 1980 เช่น นิวเวฟ ฮาร์ดคอร์พังก์และอัลเทอร์เนทีฟร็อก ในยุคคริสต์ทศวรรษ 1990 แนวเพลงย่อยที่เกิดเช่น กรันจ์ บริตป็อป อินดี้ร็อกและนูเมทัล
มีวงร็อกส่วนใหญ่ประกอบด้วย สมาชิกที่เล่นกีตาร์ไฟฟ้า นักร้องนำ กีตาร์เบสและกลอง ก่อตั้งเป็นวง 4 ชิ้น มีบางวงที่มีสมาชิกน้อยกว่าหรือมากกว่า ตำแหน่งเล่นดนตรีบางคนก็ทำหน้าที่ร้องก็มี ในบางครั้งอาจเป็นวง 3 คนหรือวงดูโอซึ่งอาจมีนักดนตรีเสริมเข้ามาอย่างกีตาร์ริธึมหรือคีย์บอร์ด บางวงอาจมีการใช้เครื่องดนตรีสายอย่างไวโอลิน เชลโล หรือเครื่องเป่าอย่าง แซกโซโฟน หรือทรัมเปตหรือทรอมโบน แต่มีวงไม่มากนักที่ใช้
ข้อมูล (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81)
         เพลงร๊อคเก่าๆที่คิดถึงตอนเราเป็นวัยรุ่นสมัยนั้น ต้องบอกว่าคิดถึง  Hi Rock ค่ะ มีใครคิดถึงเหมือนกันบ้างมั๊ยค่ะ

http://youtu.be/tZv_MncDqFc


เพลง – พิษรัก
ศิลปิน – เป้ Hi-Rock
******************
อยากจะถอนพิษที่คั่งฝังใจ
พิษรักที่คุณฝากไว้ ช่างแสน ร้าย กาจ
ถึงเป็นไข้ กินยาก็ยังหายขาด
แต่พิศวาส ตัดไม่ขาด อนาถใจ
ไม่ควรริรักให้เกิดระทม
พิษรักที่มันขื่นขม ตรอมตรมหมองไหม้
เหมือนในอก หมกเพลิงราวภูเขาไฟ
ตัดรอนถอนพิษไม่หาย
ก็เปรียบดังตายไปแล้วทั้งเป็น
อยู่ตรงไหน เปรียบเหมือนอยู่ในป่าช้า
อยู่กลางแสงจ้า เหมือนคนนัยน์ตาไม่เห็น
เบิ่งตาลอย คอยรัก ทั้งเช้า ทั้งเย็น
พิษรัก มันบีบ มันเค้น ไม่เป็นอันกินอันนอน
อยากจะถอนพิษที่คั่งฝังทรวง
พิษรักที่คนหลอกลวง ทำฉัน ร้าว รอน
ฝังในเลือด เชือดกายต้องตายแน่นอน
โอ้ความรักทำเดือดร้อน
ถ้ารู้มาก่อนไม่ริรักเลย
อยู่ตรงไหน เปรียบเหมือนอยู่ในป่าช้า
อยู่กลางแสงจ้า เหมือนคนนัยน์ตาไม่เห็น
เบิ่งตาลอย คอยรัก ทั้งเช้า ทั้งเย็น
พิษรัก มันบีบ มันเค้น ไม่เป็นอันกินอันนอน
อยากจะถอนพิษที่คั่งฝังทรวง
พิษรักที่คนหลอกลวง ทำฉัน ร้าว รอน
ฝังในเลือด เชือดกายต้องตายแน่นอน
โอ้ความรักทำเดือดร้อน
ถ้ารู้มาก่อนไม่ริรักเลย

วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554

10.เพลงเพราะมาฝากคะ

บทหนึ่งของพระราชนิพนธ์แปล ในรัชกาลที่ 6 (จากต้นฉบับของ วิลเลี่ยม เช็กเปียร์)

ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก 
อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์ 
ฤาอุบายมุ่งร้ายฉมังนัก มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี 
และดวงใจย่อมดำสกปรก ราวนรกชนเช่นกล่าวมานี้ 
ไม่ควรใครไว้ใจในโลกนี้ เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ

การฟังเพลงของแต่ละคนอาจเหมือนกันบ้างแตกต่างกัน แล้วแต่สไตล์ใครสไตล์มัน บางทีถ้าเรา
เปิดใจกว้างลองฟังเพลงที่ไม่ใช่สไตล์ของเราก็อาจค้นพบอะไรดีๆก็ได้นะคะ ใครชอบสไตล์ไหนแนะนำมาได้ถือว่าแลกเปลี่ยนกัน แต่สไตล์นี้ชอบคะ




เนื้อเพลง : กำลังใจ - โฮป
ญ - ในยามที่ท้อแท้ ขอเพียงแค่คนหนึ่ง จะคิดถึงและคอยห่วงใย
ในยามที่ชีวิต หม่นหมองร้องให้ ขอเพียงมีใครปลอบใจสักคน
ช - ในวันที่โลกร้าง ความหวังให้วาด มันขาดมันหาย ใครจะช่วยเติม
เพิ่มพลังใจ ให้ฉันได้เริ่ม ต่อสู้อีกครั้งบนหนทางไกล

* ญ - กำลังใจจากใครหนอ ขอเป็นทานให้ฝันให้ใฝ่
ช - ให้ชีวิตได้มีแรงใจ ให้ดวงใจลุกโชนความหวัง
ญ - กำลังใจจากใครหนอ ขอเป็นทานให้ฉันได้ไหม
ช - ดั่งหยาดฝนบนฟากฟ้าไกล ที่หยาดรินสู่ผืน ดินแห้งผาก

(ซ้ำ*)
เพลงแสงจันทร์ ของมาลีฮวนนา ที่จริงก็ชอบทุกเพลงของมาลีฮวนนา


เพลงเรือรักกระดาษ


พลงสองคนหนึ่งใจ ของเล้าโลม ชอบเนื้อหาของเพลง





เพลงตะวันชิงพลบ ศุ บุญเลี้ยง ชอบเสียงขลุ่ยเพราะมากๆๆ


เพลงแสงดาวแห่งศรัทธา คาราวาน ฟังแล้วให้กำลังใจดี


เพลงรักไม่ต้องการเวลา ของหนึ่งธิดา ในหนังกวน มึน โฮ


เพลงคนตีเหล็ก คาราวาน


เพลงนกสีเหลือง คาราวาน


เพลงเบา ๆ ของเบริด ที่จริงชอบของ singula แต่หาไม่เจอ (ลิขสิทธิ์)


             รู้สึกว่าจะเยอะไปแล้วไว้เบรคที่ 2 จะหามาฝากใหม่ ชอบไม่ชอบก็บอกกันนะ

วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2554

9.ข้อคิดจากสินามิที่ญี่ปุ่น

คงไม่สายเกินเกินไปที่จะพูดถึงหคุการณ์สินามิที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป้นทราบกันดีว่าได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลแก่ญี่ปุ่น แต่ท่ามกลางความสูญเสียนั้นคนทั่วโลกต่างชื่นชมผู้คน ความเป็นระเบียบวินัย การมีสติ น้ำใจ การไม่ประประโยชน์ส่วนตน ไม่ฉกฉวยโอกาส รวมกระบวนการแก้ปัญหาของญี่ปุ่น ทำให้เชื่อได้ว่าไม่นาน ญี่ปุ่นก็จะฟื้นฟูกลับมาโดดเด่นเป็นประเทศมหาอำนาจเหมือนเดิม ลองดูลิงค์แสดงความคิดเห็นต่างๆ ดูนะคะ ว่าเห็นเป็นเช่นนี้หรือเปล่า

http://dc-danai.com/?p=1308
http://dc-danai.com/?p=1353
มองย้อนกลับมาบ้านเรา แค่ปัญหานำปาล์มขาดแคลน คนไทยยังแย่งกันซื้อ กักตุน โก่งราคา ทะเลาะวิวาทเพราะแย่งกันซื้อให้น่าอาย  มันคงไม่สายที่เราจะนำข้อคิดที่ได้จากสินามิที่ญีปุ่นมาเป็นบทเรียนแก่เราในเรื่องการรักษาระเบียบวินัย เพราะเป็นเรื่องที่ดี การปลูกฝังให้เด็กและเยาวชน มีระเบียบวินัย ให้รู้จักความรับผิดชอบตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบโตขึ้นเขาก็จะมีจิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อส่วนรวม เห็นไหมคะสิ่งต่างๆเหล่านี้สามารถสร้างชาติได้อย่างแท้จริง และมันก็คงไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งมันเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกันทั้งในระดับนโยบายของรัฐ องค์กร ชุมชน และที่สำคัญที่สุดสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา มาช่วยกันสร้างชาติของเราในเบื้องต้นนี้ก่อนก็คือความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดกันนะคะ

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554

8.สังคมคุณธรรม

วันนี้ได้รับ mail จากบล๊อกของคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย ก็อยากเอามาแบ่งปันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับแนวคิดของสังคมคุณธรรมซึ่งปัจจุบันเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเจริญของวัตถุ การรับรู้สื่อต่างๆ ก็มีทั้งประโยชน์และโทษ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้เกิดในสังคมของการเปลี่ยนแปลงนี้คือการมีความรู้ควบคู่กับคุณธรรม เหตุผลเพราะในโลกปัจจุบันเราจำเป็นต้องมีความรู้เพื่อให้รู้เท่าทันเหตุการณ์ ขณะเดียวกันคุณธรรมจริยธรรมก็เป็นตัวช่วยให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุข น่าอยู่ขึ้น ไม่ได้อยู่เพียงลำพังอย่างโดดเดี่ยว วันนี้เอารายการดีๆ รายการมาฝาก ช่วยกันทำให้สังคมของเราเป็นสังคมแห่งคุณธรรม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ชอบ ไม่ชอบ แสดงความคิดเห็นร่วมกันนะคะ








ยุทธศาสตร์ 6 ประการ เพื่อสร้างสังคมคุณธรรม

- ข้อเขียนของ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎร อาวุโส เรื่อง "คุณธรรมนำการพัฒนา ยุทธศาสตร์สังคมคุณธรรม" ซึ่งเป็นแนวทางและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศด้านคุณธรรม



(1.) ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาอย่างบูรณาการทั้งจังหวัด

ในทุกจังหวัดมีความร่วมมือกันในทุกภาคส่วนทั้งรัฐ ท้องถิ่น ชุมชน และประชาสังคม ส่งเสริมการพัฒนาอย่างบูรณาการที่มีเศรษฐกิจพอเพียงเป็นรากฐาน โดยเน้นการมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่

ควรมีการจัดสรรการใช้ที่ดินและเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้คนจำนวนมากที่สุด สนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นและประชาสังคมให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างบูรณาการ

กระทรวงมหาดไทยร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ ด้วยความสนับสนุนของกระทรวงสาธารณสุขและเครือข่ายองค์กรทางสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.)

(2.) ยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นและประชาสังคม

ยุทธศาสตร์นี้เป็นยุทธศาสตร์เพื่อจัดความสัมพันธ์ใหม่ในสังคม หรือ องค์กรใดที่มีความสัมพันธ์ในแนวดิ่ง ระหว่างผู้มีอำนาจข้างบนกับผู้ไม่มีอำนาจข้างล่าง ทำให้ประชาธิป
ไตยและศีลธรรมเป็นไปได้

ความสัมพันธ์ในแนวราบมีพื้นฐานอยู่ที่การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน มีความเสมอภาค และเข้ามารวมตัวร่วมคิดร่วมทำอย่างเท่าเทียมกัน เรียกว่า มีความเป็นประชาสังคม

ถ้าไม่มีความเป็นประชาสังคม การหวังที่จะเห็นสังคมศีลธรรมเป็นไปไม่ได้เลย และไม่อาจมีประชาธิปไตยโดยปราศจากความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น

กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรเป็นเจ้าภาพหลักในการทำยุทธศาสตร์นี้

(3.) ยุทธศาสตร์การศึกษาที่คุณธรรมนำความรู้

การพัฒนาการศึกษา ควรจะใช้ความดี หรือ คุณธรรมนำแล้วตามด้วยความรู้ แท้ที่จริงความดีหรือคุณธรรมคือปัญญา

ความรู้กับปัญญาต่างกัน ความรู้อาจจะรู้อะไรเป็นเรื่องๆ และมักจะไม่มีจริยธรรมกำกับ แต่ปัญญาหมายถึงรู้ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงรู้ตัวเองด้วย การรู้ทั้งหมดและรู้ตัวเองทำให้สามารถจัดความสัมพันธ์ระหว่างตนกับผู้อื่นและสิ่งอื่นอย่างถูกต้อง

ในยุทธศาสตร์นี้ควรลดการเรียนแบบท่องวิชาลง แต่เพิ่มการเรียนรู้ในชีวิตจริงปฏิบัติจริง ชีวิตจริงหรือวิถีชีวิตร่วมกัน คือ วัฒนธรรม มนุษย์เรียนรู้ได้ดีที่สุดในฐานวัฒนธรรม

การเรียนรู้ในฐานวัฒนธรรม เอาชีวิตและการศึกษามาอยู่ที่เดียวกัน ไม่ใช่แยกส่วนอย่างการศึกษาปัจจุบัน ว่าชีวิตก็อย่างหนึ่ง การศึกษาก็อย่างหนึ่ง โดยแยกไปเอาวิชาเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ สิ่งที่เรียนรู้ในฐานวัฒนธรรมให้เป็นปัญญาที่สูงขึ้น แล้วนำปัญญากลับลงไปใช้ในชีวิตจริงและปฏิบัติจริงอีก

กระทรวงศึกษาธิการควรจะเป็นแกนในการสร้างและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้

(4.) ยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งขององค์กรทางศาสนา

องค์กรทางศาสนาเป็นทรัพยากรอันมีค่ามหาศาลของแผ่นดิน ทั้งประเทศมีวัดอยู่ประมาณ 30,000 แห่ง มีมัสยิดหลายพันแห่ง องค์กรทางศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่นอีกจำนวนหนึ่ง แม้ไม่มากเท่าวัดและมัสยิด องค์กรทางศาสนาเคยเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่มีบทบาททั้งทางสังคม ทางวัฒนธรรมทางจิตใจ และทางการศึกษา การพัฒนาสมัยใหม่ได้ทอดทิ้งองค์กรทางศาสนาไป

ปัญหาของคนสมัยใหม่ที่สำคัญคือความเครียด ถ้าส่งเสริมการจัดการวัดให้เป็นที่สะอาดร่มรื่น มีอาจารย์สอนกรรมฐาน วัดจะช่วยให้เกิดสุขภาวะทางจิตและการพัฒนาจิตใจอย่างมาก

พระที่วัดอาจวิจัยค้นคว้าหาผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในชุมชนแล้วนำมาสื่อสารกันเช่นเดียวกับที่โรงเรียนทำ ก็จะเป็นเครื่องขยายความดีให้เต็มแผ่นดิน

สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมการศาสนา ศูนย์คุณธรรม สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ชุมชนท้องถิ่น ควรจะรับผิดชอบขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ อาจส่งเสริมให้มีเครือข่ายนักธุรกิจเพื่อศาสนา เข้ามาร่วมส่งเสริมการจัดการขององค์กรทางศาสนา

(5.) ยุทธศาสตร์ระบบบริการสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์

ระบบบริการสุขภาพเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนทุกคนตั้งแต่ครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอน

ถ้ามีการจัดระบบบริการและพัฒนาจิตสำนึกของบุคลากรสาธารณสุขให้บริการที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ได้ ระบบบริการสุขภาพก็จะเป็นเครื่องมือส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมอันยิ่งใหญ่

นอกจากนั้น หากโรงพยาบาลชุมชนเข้มแข็งร่วมกับชุมชนเข้มแข็งจะสามารถสถาปนาระบบสุขภาพชุมชนอันกว้างใหญ่ไพศาล อำนวยประโยชน์สุขให้มหาชนชาวสยามอย่างไพศาล

กระทรวงสาธารณสุขและองค์กรสุขภาพต่างๆ ควรรับผิดชอบขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้

(6.) ยุทธศาสตร์การสื่อสารสร้างสรรค์เพื่อขยายความดีให้เต็มแผ่นดิน

ในแต่ละพื้นที่มีความดีอยู่แล้วโดยไม่มีใครรู้เห็น ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเหล่านี้อาจเป็นชาวบ้าน ครู พระ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ทนายความ สื่อมวลชน หรือองค์กร เช่น วัด โรงเรียน โรงพยาบาล บริษัท ฯลฯ หากมีการทำแผนที่คนดีในทุกพื้นที่โดยโรงเรียน โดยวัด โดยโรงพยาบาล โดยชุมชนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นใด แล้วนำมาสื่อสารกันให้รู้ในวงกว้าง จะสามารถทำให้ความดีขยายตัวเต็มแผ่นดิน

ยุทธศาสตร์นี้กำหนดให้สื่อสารมวลชนของรัฐนำเรื่องราวของการทำความดีมาสื่อสารกันอย่างกว้างขวางเป็นประจำ

ควรออก พ.ร.บ.องค์การสื่อสารสาธารณะที่เป็นอิสระจากอำนาจรัฐและอำนาจเงิน สามารถสื่อสารทั้งวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ อินเตอร์เน็ต และส่งเสริมการสื่อสารชุมชน ให้คนไทยรู้ความจริงโดยทั่วถึง รับรู้ความดีความงามที่มีในแผ่นดิน และสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ ประเทศจะเกิดความถูกต้องดีงามโดยรวดเร็ว

รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสื่อสารมวลชนของรัฐ ควรรับผิดชอบยุทธศาสตร์นี้

เท่าที่กล่าวมาทั้ง 6 ยุทธศาสตร์เป็นเพียงการฉายตัวอย่างอย่างย่นย่อ เมื่อมีการทำยุทธศาสตร์จริงสามารถลงรายละเอียดและเพิ่มเติมได้อีกมาก


ดูลิงค์ที่เกี่ยวข้องนคะ

http://www.dusit.ac.th/department/osm/osm_pdf/h5/news2.pdf

ถึงตอนนี้เราคาดหวังอยากให้สังคมเป็นสังคมคุณธรรม ก็คงต้องเราต้นที่เราเองก่อนคะโดยการทำความดี คิดดี ทำดี สุดท้ายก็จะส่งผลให้สังคมดีตามด้วย วันนี้เราทำความดีแล้วยัง

7.คิดอย่างไรกับวันสิ้นโลก

สถานะการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบันทำให้หลายกระแสพูดถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2012 วันสิ้นโลกจะเป็นความจริงหรือปล่าว ลองชมดูนะคะ




 












ดูวิดิโอแล้วลองอ่านลิงค์ นี้นะคะ คิดเห็นอย่างไร เชื่อหรือไม่ ใช้วิจารณญาณเอาเองนะคะ แต่มีอย่างหนึ่งที่น่าคิดก็คือมนุษย์เป็นตัวแปรสำคัญในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน หากเราไม่ช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติก็จะลงโทษเราอย่างที่เราเห็น

http://www.postjung.com/external.php?url=http%3A%2F%2Fforum.mthai.com%2Fview_topic.php%3Ftable_id%3D1%26amp%3Bcate_id%3D34%26amp%3Bpost_id%3D32897

http://board.palungjit.com/f178/2012-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C-194385.html

เรามาคิดเล่นๆนะคะ ถ้ามันสิ้นโลกมันเป็นความจริง เวลาที่เหลืออยู่ของเราตอนนี้
ถ้าเราเหลือเวลา 1 ปี เราจะอยากทำอะไร?
ถ้าเหลือ 1 เดือนละ ?
1 วัน ?
1 ชั่วโมง ?
1 นาที ?

ใครมีคำตอบให้กับตัวเองลองมาแชร์แบ่งปันเล่าสู่กันฟังนะคะ